10 ประเด็นบ่นกฎหมายอนุรักษ์พลังงาน (..และเขตกวดขันวินัยจราจร..) # 1

…. เมื่อหลายคืนก่อนหลังจากที่ผมเสร็จภารกิจประชุมกรรมการบริหาร สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญอันหนึ่งนั่นคือการพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำสมาคม ฯ (…ซึ่งรวมตั้งแต่คนขับรถ คนส่งของ จนถึงผู้อำนวยการสถาบันสถาปนิกสยาม…) ผมขับรถกลับบ้านในเวลาเกือบเที่ยงคืน ผ่านบริเวณถนนตัดใหม่ เส้นที่จะไปทะลุถนนรัชดาภิเษก ผ่านทางศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ ระหว่างขับไป โดยไม่รู้ตัวก็เข้าไปอยู่ท่ามกลางมหกรรมประลองความเร็วของกลุ่มวัยรุ่นแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ ที่ดูเหมือนว่าความภาคภูมิใจอย่างเดียวในชีวิตน้อย ๆ ของพวกเขาคือรถจักรยานยนต์ กว่าที่ผมจะรอดออกไปจากสนามแข่งรถแห่งนี้อย่างปลอดภัยได้ โดยไม่บังเอิญไปคร่าชีวิตน้อย ๆ ที่ไร้ค่าเหล่านั้น ผมก็ต้องประหลาดใจต่อมาว่ามีป้ายจราจรเขียนชัดเจนว่า “ท่านกำลังเข้าสู่เขตกวดขันวินัยจราจร โปรดเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด” วางตั้งอยู่ห่างจากสนามแข่งรถสักไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร พร้อมกับมีด่านตรวจอยู่ถัดออกไปไม่เกิน 50 เมตร ผมถูกเรียกตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ นึกว่าคงจะตรวจแอลกอฮอล์ แต่กลับโดนใบสั่งเพราะรถที่ผมขับมาได้ “ดัดแปลงป้ายทะเบียนรถ” จากป้ายทะเบียนของกรมขนส่งทางบก ให้เป็นป้ายทะเบียนยาว ซึ่งวินัยจราจรที่เขากำลังกวดขันกันนี้คงคล้ายเรื่องการแต่งกายผิดระเบียบ หรือการไว้ผมยาวมากกว่า 3 เซนติเมตรในโรงเรียนชายล้วนบางแห่ง ในขณะที่ห่างออกไปไม่ไกล กลับปล่อยให้มีการใช้ถนนหลวงเป็นสนามประลองความเร็ว ในระหว่างที่ทำการต่อรองขอผ่อนผันการบังคับใช้วินัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขอยึดใบอนุญาตขับขี่ เนื่องจากผมได้ขับขี่พาหนะที่มีผู้รับจ้างดัดแปลงป้ายทะเบียนให้ และผู้รับจ้างก็เปิดร้านรับจ้างดัดแปลงป้ายทะเบียนได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งยังลงโฆษณาร้านทางหน้าหนังสือพิมพ์อีกด้วย ครั้นผมแย้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิ์ยึดใบขับขี่ของประชาชน โดยอ้างคำพูดที่เคยได้ยินจากนักกฎหมายท่านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้นั้นก็เกิดอาการไม่มั่นใจในระเบียบที่ตนเองเป็นผู้บังคับใช้อยู่ทุกวัน และปล่อยผมไป โดยไม่แจ้งข้อหาความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น …..

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ผมได้ฉุกคิดถึงการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่ก้ำกึ่งกำกวม หรือไม่น่าเป็นที่เข้าใจในหมู่ผู้ปฏิบัติวิชาชีพอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และออกเป็นพระราช กฤษฏีกาอาคารควบคุมในปี พ.ศ. 2538 รวมกับกฎกระทรวงอีก 3 ฉบับในปีเดียวกัน เนื้อหาหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพสถาปนิกคือการกำหนดค่าการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านเปลือกอาคาร หรือ OTTV (Overall Thermal Transfer Value) และ RTTV (Roof Thermal Transfer Value) ซึ่งกำหนดวิธีการคำนวณค่าดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยให้อาคารใหม่มีค่า OTTV ไม่เกิน 45 วัตต์ต่อตารางเมตร และอาคารเก่ามีค่า OTTV ไม่เกิน 55 วัตต์ต่อตารางเมตร ค่า RTTV ทั้งอาคารเก่าและใหม่ไม่เกิน 25 วัตต์ต่อตารางเมตร ซึ่งอาคารที่จะอยู่ในข่ายควบคุมก็คืออาคารที่มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับอาคารควบคุมดังนี้

 •“อาคารที่มิใช่พระราชวัง สถานทูต องค์การระหว่างประเทศ โบราณสถาน วัดวาอาราม อาคารทางศาสนา” (…หมายความว่าอาคารราชการทั้งหลายทั้งปวงก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ด้วย !!!)

 •“อาคารหลังเดียวหรือหลายหลังภายใต้เลขที่บ้านเดียวกัน ที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1,000 kW ขึ้นไป หรือมีหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ตัวเดียวหรือหลายตัวรวมกัน ขนาด 1,175 kVA” (…หมายความว่าคอนโด 40 ชั้นที่แต่ละยูนิตมีเลขที่บ้านของตัวเอง และมีมิเตอร์ตัวน้อยของตัวเอง ไม่ต้องออกแบบให้ประหยัดพลังงานตามกฎหมาย OTTV/RTTV !!!)

•“อาคารมีการใช้พลังงานสิ้นเปลืองทั้งหมดมากกว่า 20 ล้าน MJ (5.5 ล้าน kWh) ในหนึ่งปี (1 ม.ค.- 31 ธ.ค.)” (…ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าจะออกแบบเปลือกอาคารให้ผ่าน OTTV/RTTV หรือไม่ก็ตาม แต่หากมีการใช้พลังงานเกินเกณฑ์ดังกล่าว เมื่อเปิดใช้งานจริงก็จะตกเป็นอาคารควบคุมซึ่งต้องทำการตรวจสอบการใช้พลังงาน และทำการปรับปรุงอาคารให้ประหยัดพลังงานภายหลังกันอีก !!!! นอกจากนี้ หากอาคารเป็นอาคารใหญ่มากมาก แต่ใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ มิใช่พวกเล็กแต่ด้อยประสิทธิภาพ จะใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพียงใด ก็ไม่อาจลดลงต่ำกว่า 5.5 ล้าน kWh ต่อปีได้เลย อาคารเหล่านั้นก็ไม่ควรที่จะต้องโดนบังคับให้ปรับปรุงอะไรอีกแล้วมิใช่หรือ ? ทำไมกฎหมายจึงไม่กำหนดที่ปริมาณการใช้พลังงานต่อตารางเมตร ???)

ประเด็นแรกที่จะขอเขียนถึงก็คือถ้าหากการดัดแปลงป้ายทะเบียนรถถือเป็นการละเมิดวินัยการจราจรรุนแรง (มากกว่าการปิดถนนแข่งรถ) การออกแบบอาคารโดยมีค่า OTTV/RTTV เกินเกณฑ์ก็คือการกระทำผิดกฎหมายรุนแรงเช่นกัน (…เพราะทำให้เกิดภาวะโลกร้อน…) ดังนั้นจะต้องให้เจ้าของรถ หรือเจ้าของอาคารทำการปรับปรุงให้ถูกต้อง แต่สิ่งที่พบเห็นอยู่ก็คือยังมีผู้ใช้รถจำนวนมากยังคงใช้ป้ายทะเบียนยาว (…หรือแม้แต่ใส่กรอบป้ายทะเบียน…) โดยไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย หรือรู้ว่าผิดแต่ยังทำเพราะเห็นว่าใคร ๆ ก็ทำ หรือไม่สนใจว่าผิดเพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีบทลงโทษ ไม่ได้เข้มงวดให้เจ้าของรถ หรือเจ้าของอาคารทำการปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง จากผลการสำรวจอาคารโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งพบว่าอาคารส่วนใหญ่ยังมีค่า OTTV เกินเกณฑ์ที่ 45 วัตต์ต่อตรม. อยู่อีกเป็นจำนวนมาก
ต่อตอนต่อไป ….

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรรจน์ เศรษฐบุตร
Asst. Prof. Atch Sreshthaputra, Ph.D.
Faculty of Architecture, Chulalongkorn University
Chairman of Green Building Program,
The Association of Siamese Architects under Royal Patronage

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: